Birth is not the illness! Breastfeeding: a winning goal for life!

การคุมกำเนิดกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ![]() การคุมกำเนิดในหญิงที่กำลังเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีข้อควรระวังดังนี้
1.ควรเลือกชนิดที่ไม่มีผลต่อการสร้างน้ำนมทั้งในด้านการลดปริมาณและคุณภาพของน้ำ
2.เลือกชนิดที่ไม่มีผลต่อสุขภาพของเด็กจากการที่มีตัวยาผ่านทางน้ำนม
3.เลือกชนิดที่ไม่มีผลกระทบกับสุขภาพของแม่
วิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสมในระยะให้นมได้แก่
1. การคุมโดยวิธีธรรมชาติ LAM-Lactation Amenorrhea Method
2. ยาฉีดคุมกำเนิด
3. ยาฝังคุมกำเนิด
4. ห่วงอนามัย
5. ถุงยางอนามัย
6. ยาเม็ดคุมกำเนิด
Ø การคุมโดยวิธีธรรมชาติ LAM-Lactation Amenorrhea Method
ในขณะที่ลุกดูดนมแม่ระดับฮอร์โมน Prolactin จะสูงขึ้นทำให้ยับยั้งการตกไข่ ในแม่ที่ให้ลูกดูดนมจากเต้าสม่ำเสมออย่างน้อยทุก 3-4 ชม.จะทำให้สามารถควบคุมการตกไข่ได้ถึง 95% การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวจะเป็นการคุมกำเนิดตามธรรมชาติได้ 70วัน แต่ถ้าไม่ได้ให้นมลูกเลยจะมีไข่ตกใน 45 วันหลังคลอด ดังนั้น 6 สัปดาห์แรกหลังคลอดจะยังไม่มีการตั้งครรภ์ แต่หลังจากนั้นควรต้องมีการคุมกำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วย ในแม่ที่ให้นมลูกอย่างเดียว 6 เดือนและยังไม่มีประจำเดือนพบว่าอัตราการตั้งครรภ์มีเพียง 0.45-0.9%
Ø ยาเม็ดคุมกำเนิด
ชนิดที่มีฮอร์โมนที่มีผลกดการหลั่งของ Prolactin และการสร้างน้ำนม เช่น Estrogen ,Androgenจึงควรหลีกเลี่ยง และควรใช้ Estrogenเป็นส่วนประกอบหลัก ได้แก่ Exluton จะไปยับยั้งการตกไข่และการมีไข่สุก ทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียวข้น sperm ว่ายผ่านได้ยาก และยังทำ ให้เยื่อบุมดลูกฝ่อตัวไม่เหมาะกับการฝังของตัวอ่อน แต่จะมีข้อเสียที่ประสิทธิผลต่ำ ถ้าไม่ได้ให้นมแล้วโอกาสตั้งครรภ์สูงถึง 1.2%ผลข้างเคียงอาจทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอดกระปริดประปอย
ข้อห้ามใช้ในกรณีต่อไปนี้
·มะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์ และเต้านม
·การทำงานของตับผิดปกติ
·เป็นโรคของถุงน้ำดี
·เป็นหัวใจและหลอดเลือด
นอกจากนี้ยังควรเพิ่มความระมัดระวังในรายผู้ป่วยเบาหวาน โรคลมชัก ลิ้นหัวใจรั่ว ไมเกรน ซึมเศร้า SLE อายุมากหรือสูบบุหรี่
Ø ยาฉีด พวก DMPA ( Depomeddroxprogesterone Acetate) หรือ Depo-provera
จัดอยู่ในLactation Risk Category L1 เป็นสารสังเคราะห์มาจาก Progesteroneที่อยู่ในรูปของ Microcrytalline ทำให้อยู่ในกระแสเลือดนาน เมื่อฉีดเข้ากล้ามระดับฮอร์โมนจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนสูงสุดในวันที่ 7 หลังฉีดยาและจะลดระดับลง ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการตกไข่ ทำให้มูกที่ช่องคลอดเหนียว เยื่อบุมดลูกฝ่อ การฉีดยาทุก 12 สัปดาห์พบการตั้งครรภ์น้อยกว่า 0.5% ผลข้างเคียง อาจพบการมีเลือดระดูผิดปกติได้ 39% โดยเฉพาะใน 3-6 เดือนแรก บางรายน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 1-5 กิโลกรัมใน 1 ปีแรกเพราะทำให้หิวบ่อย พบได้ถึง 75%
Ø ยาฝังคุมกำเนิด
ได้แก่ Norplant,Implanon เป็นโปรเจสเตอรโรนอย่างเดียว ส่วนใหญ่จะอยู่ใน กลุ่ม L2 ตัวยาดูดซึมเร็วออกฤทธิ์ป้องกันใน1 วัน อัตราการตั้งครรภ์ใน 3 ปีแรกเป็น 0% หลังถอดยาภาวะเจริญกลับคืนอย่างรวดเร็ว มีผลข้างเคียงน้อยกว่ายาฉีด อาจมีผลกับระดับไขมันในเส้นเลืดอ มีข้อห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคตับ โรคหลอดเลือดดำอุดตัน หรือแพ้ส่วนประกอบของ Implanon
Ø ห่วงอนามัย ( Intra Uterine Devices)
กลไกการทำงานโดยการขวางกั้นการฝังตัว แต่อาจมีผลข้างเคียงคือ อาจเป็นลมหลังใส่ห่วงจาการขยายของปากมดลูกขณะใส่ ปัญหาห่วงหลุด ห่วงทะลุ เลือดออกกระปิดกระปรอย ตกขาว ปวดท้องน้อย ควรระมัดระวังในรายท้องนอกมดลูก เลือดจาง ผู้ที่เคยมีอาการมดลูกอักเสบ มีเนื้องอกของมดลูก เป็นต้น
Ø การใช้ถุงยางอนามัย
เป็นวิธีที่ง่ายและไม่มีผลกระทบต่อร่างกายของแม่และลูกรวมทั้งไม่กระทบการผลิตน้ำนม ยาคุมทุกชนิดควรเริ่มหลังจาก 6 สัปดาห์หลังคลอดหรือจนกว่าการผลิตน้ำนมจะเป็นไปได้ดีและควรสังเกตการเพิ่มของน้ำหนักตัวของเด็กเสมอ การคลอดที่ดี เพื่อสุขภาพที่ดีของแม่และลูก น้ำนมแม่ดีที่สุดสำหรับลูก
Reference
1.สาหรี จิตินันท์และคณะ,เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ความรู้สู่ปฎิบัติ.การคุมกำเนิดกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สำนักพิมพ์กรุงเทพเวชสาร.2546,หน้า 207-214
2.เยาวลักษณ์ รพีพัฒนา.เอกสารประกอบการอบรมโรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท, การคุมกำเนิดกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. 2548
3.Hale Thomas,Medication and Mothers’ Milk,11th.Pharmasoft Publication,2004 |
Breast...Breastfeeding